เมืองลา เมืองชายแดนพม่าติดกับจีนเป็นประตูสู่สิบสองปันนา ปกครองโดยพม่า(ว้าแดง) ประชากร ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนซึ่งเข้ามาทำกิจการคาสิโนและโรงแรม พวกเราไม่แปลกใจเลยเมื่อต้องจ่ายเงินเป็นเงินหยวนของจีน ด้วยระยะเวลาเพียง 3 ปี จากเมืองเล็กๆ กลายเป็นเมืองใหญ่ศิวิไลท์เทียบเคียงเมืองเชียงใหม่เลยทีเดียว กลางคืนเมืองลาที่ไม่เคยหลับใหล แต่ปัจจุบันทำไมกลายเป็นเมืองที่แสนสงบเงียบ ผู้คนบางตา ร้านค้า โรงแรมปิดกิจการไปมากมาย ประตูคาสิโนทั้งหมดถูกคล้องโซ่และลูกกุญแจปิดตาย แม่ครัวที่ร้านอาหารช่วยพวกเราไขข้อสงสัยว่า ต้นปีทางการจีนสั่งปิดบ่อนคาสิโนด้วยปัญหาทางการเมืองและไม่มีกำหนดเปิด ซากบ่อนคาสิโนกลายเป็นโบราณสถานของเมืองลาที่แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองใน อดีต
ยาม ค่ำคืน พวกเรามองเห็นแต่แสงไฟจากพระธาตุจินตะสว่างไสวอยู่บนยอดดอยแต่ไกล ภายในพระธาตุนี้มีการสร้างแบบจำลองสถานที่สำคัญในพม่าตามเมืองต่างๆ ด้านนอกมีภาพเขียนนูนต่ำที่ทำให้พวกเราหลงใหลไปกับสีสันสดใสที่บรรดาจิตตกร ได้ละเลงเอาไว้ หน้าพระธาตุมีพระพุทธรูปยืนชี้นิ้วลอกเลียนแบบมาจากที่เชียงตุง ใกล้ๆ พระธาตุเห็นตึกสีชมพูสดใสสร้างความสนใจให้พวกเราต้องแวะลงไปดู เป็นพิพิธภัณฑ์ยาเสพติดซึ่งเป็นที่แสดงประวัติศาสตร์และภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในพม่านั่นเองตลาด ยามเช้าสุดจะคึกคักไม่แพ้ที่เชียงตุงมีผู้คนหนาตากว่าตามถนนหนทาง ที่ประหลาดใจเห็นจะเป็นการแบ่งแยกสินค้าเป็นหมวดหมู่ไม่ปนกันแม้ว่าเป็นตลาด เล็กๆ พวกเราพบเห็นสัตว์ป่าต่างๆ มีวางขายให้เห็นมากมาย เช่น อุ้งตีนหมี ตัวอ้น งูเหลือม ลิง กวางหรือเก้ง ตลอดจนนกสวยงาม ชวนให้พวกเรารู้สึกสงสารจับใจ.........
“ อย่ากินอย่างม่าน อย่าทำทานอย่างไต”
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
.jpg)
No comments:
Post a Comment